ปิด

สมาชิกเข้าสู่ระบบ


mail1
mail2

KM

km_manage_01
km_manage_02
km_manage_03

เว็บลิงค์

banner_localenvironnet logo_link_1111
logo_link_cado logo_link_document_data
logo_link_ginfo logo_link_gis
logo_link_gislocalbio logo_link_gprocurement
logo_link_hotspot logo_link_inspection
logo_link_like_cdd logo_link_localbio
logo_link_media_tv logo_link_ocsc
logo_link_oic logo_link_pub18
logo_link_statistic logo_link_webmnre

ติดตามความเคลื่อนไหว

โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)

PDFพิมพ์อีเมล

11              สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๐ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขับเคลื่อนลดโลกร้อน

 “องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า“อบก.” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “TGO”  เป็นองค์กรมหาชนสังกัดภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทภารกิจหลักในการวิเคราะห์ กลั่นกรอง และทำความเห็นเกี่ยวกับการให้คำรับรองโครงการที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด รวมทั้ง ติดตามประเมินผลโครงการที่ได้รับคำรับรอง ส่งเสริมการพัฒนาโครงการ และการตลาดซื้อขายปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรอง เป็นศูนย์กลางข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานการณ์ดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก จัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ได้รับคำรับรอง และการขายปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรอง ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนให้คำแนะนำแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) เรียกโดยย่อว่า CDM เป็นกลไกหนึ่งที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโตเพื่อช่วยให้ประเทศอุตสาหกรรมซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มภาคผนวกที่ ๑ (Annex I) สามารถบรรลุพันธกรณีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๑ – ๒๕๕๕ ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ.๒๕๓๓ ประมาณร้อยละ ๕ โดยซื้อคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการทำโครงการ CDM ในประเทศกลุ่มนอกภาคผนวกที่ ๑ (Non-Annex I countries) ที่เรียกว่า Certified Emission Reduction หรือเรียกโดยย่อว่า CERs เพื่อนำไปหักลบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศนอกกลุ่มภาคผนวกที่ ๑ (Non-Annex I Country) เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ จึงไม่มีพันธกรณีเชิงปริมาณให้จำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตามประเทศไทยสามารถร่วมดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยสมัครใจโดยการพัฒนาโครงการ CDM ซึ่งประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในโลกต่างก็มีการแข่งขันกันสูงเพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงการ CDM ขึ้นในประเทศของตน ทั้งในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค อเมริกาใต้ รวมทั้งแอฟริกา

 

            สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๐ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินการติดตามประเมินผลการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น เผยแพร่ความรู้ และประชาสัมพันธ์โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) โดยมีบทบาทหน้าที่ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ ได้แก่

๑.      เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพวิทยากรด้านกลไกการพัฒนาที่ อบก. เป็นผู้จัด

๒.      จัดทำแผนงาน เข้าติดตามประเมินผล รับเรื่องร้องเรียน โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาดและตรวจสอบโครงการที่มีเรื่องร้องเรียน

๓.      เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนาโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด

๔.      จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และประสัมพันธ์รวมถึงจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาดให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามความเหมาะสม

๕.      สรุปรายงานจากกิจกรรมที่ได้ดำเนินการ และรายงานด้านงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมให้แก่ อบก. ทราบ


 

สถานการณ์โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ข้อมูล ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๔

 01

            - โครงการ CDM ในประเทศไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองโครงการว่าเป็นโครงการตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด (LoA) จำนวน ๑๕๕ โครงการ
            - โครงการ CDM  ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๔๑ โครงการ
            - โครงการ CDM  ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๐ จำนวน ๑๔ โครงการ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน ๘  โครงการ ในจำนวนนี้มี ๑ โครงการที่ได้ใบCER คือ Cassava Waste To Energy Project, Kalasin, Thailand (CWTE Project)

 

 การติดตามประเมินผลโครงการ จำนวน ๖ ครั้ง

            สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๐ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้กำหนดติดตามประเมินโครงการ CDM


0202ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ พื้นที่อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ คือ โครงการ Avoidance of methane emission from the wastewater treatment facility in K.S. Bio-Plus Co., Ltd., Thailand ผู้พัฒนาโครงการ คือ K.S. Bio-Plus Co., Ltd. รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้า จากก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ของ บริษัท แป้งมันกาฬสินธุ์ จำกัด ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ ๕๙,๕๐๕ ตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 equivalent) ต่อปี




0405ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ พื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ คือ โครงการ Siam Quality Starch Wastewater Treatment and Energy Generation Project in Chaiyaphum,Thailand ผู้พัฒนาโครงการ คือ บริษัท สยาม ควอลิตี้ สตาร์ช รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันของบริษัท สยามควอลิตี้ สตาร์ช จำกัด เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานความร้อนทดแทนการใช้น้ำมันเตาในเตาเผา โดยนำความร้อนที่ได้มาใช้ในกระบวนการอบแป้งของโรงงาน  ซึ่งโครงการนี้สามารถลดก๊าซมีเทนจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการการเผาไหม้เชื้อเพลิงน้ำมันเตา ได้ประมาณ ๙๘,๘๓๙ ตัน เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 equivalent) ต่อปี





0607ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ พื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม คือโครงการ Biogas project, Cargill Siam Borabu ผู้พัฒนาโครงการ คือ Cargill Siam Ltd. รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตพลังงานความร้อน และพลังงานไฟฟ้า จากก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานแป้งของ บริษัท คาร์กิลล์สยาม จำกัด ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตพลังงานความร้อนเพื่อทดแทนน้ำมันเตาในโรงงานแป้งและผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงาน โครงการนี้จะสามารถลดก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย (๔๙,๒๑๖ ตัน CO2e ต่อปี) และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการนำก๊าซชีวภาพไปใช้ในการผลิตพลังงานความร้อนและไฟฟ้า (๙,๗๑๐ ตัน CO2e ต่อปี) รวม ๕๘,๙๒๖ ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2equivalent) ต่อปี




0809ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ พื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น คือ โครงการ Khon Kaen Sugar Power Plant ผู้พัฒนาโครงการ คือ Khon Kean Sugar Industry Public Co., Ltd รายละเอียดโครงการ คือ โครงการ Khonkaen Sugar Power Plant เป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากกากอ้อยและใบอ้อย เชื้อเพลิงชีวมวลจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนกับหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าส่งให้โรงงานน้ำตาลขอนแก่นและขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค






 



1011ครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ พื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น คือ โครงการ Methane recovery and utilisation project at Kaenkwan Co., Ltd., Khonkaen, Thailand ผู้พัฒนาโครงการ คือ Thai Beverage Energy Co., Ltd. รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตพลังงานความร้อนจากก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานสุรา บริษัท แก่นขวัญ จำกัด ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนทดแทนการใช้น้ำมันเตาในหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง ๓๘,๑๙๙ ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2equivalent) ต่อปี


 

 

 

 

1213ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ณ พื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ คือ โครงการ Bangna Starch Wastewate7r Treatment and Biogas Utilization Project ผู้พัฒนาโครงการ คือ บริษัท พี แอนด์ ปภพ รีนิวเอเบิล จำกัด รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง บริษัท บางนาแป้งมัน จำกัด โดยก๊าซชีวภาพที่ได้จะถูกนำมาใช้ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในโรงงานแป้งมันสำปะหลังและขายให้การไฟฟ้า โครงการนี้จะสามารถลดก๊าซมีเทนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย และการทดแทนการใช้ไฟจากการไฟฟ้าได้ จำนวน ๕๑,๐๘๕ เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 equivalent) ตันต่อปี


 


ครั้งที่ ๗ กำหนดการลงพื้นที่ติดตามโครงการในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ พื้นที่อำเภอภูเขียวจังหวัดชัยภูมิ คือโครงการ Phu Khieo Bio-Energy Cogeneration Project (PKBC) ผู้พัฒนาโครงการ คือ Phu Khieo Bio -Energy Co., Ltd. รายละเอียดโครงการ คือ เป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากกากอ้อยและใบอ้อย เชื้อเพลิงชีวมวลจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนกับหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จำนวน ๑๐๒,๔๙๓ เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 equivalent) ตันต่อปี


 

กิจกรรมชวนติดตาม

 

๑.      การฝึกอบรมเรื่องการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕

 

๒.      กิจกรรมปิดไฟ  ๑ ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60 Earth hour ) คาดว่าจะจัดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๕๕    

 

หมายเหตุ: สามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ www.reo10.go.th หรือ www.khonkaenclimatechange.com






โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)